Skip to content

โรคมะเร็ง

ในอดีตคนไทยเสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อเป็นอันดับ 1 แต่ในปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นโรคในอันดับ 1 ของคนไทยเสียชีวิต อาจเนื่องมาจากความมักง่ายของคนในสังคมประกอบกับสภาวะที่เร่งรีบความง่ายก็เข้ามาแทนที่สุขภาพดี ชาวไร่ใส่ปุ๋ยเคมีให้ได้ผลผลิตมากๆเร็วๆ ป้องกันการเสียหายจากแมลงด้วยการฉีดยาฆ่าแมลง อาหารทะเลเสียง่ายก็แช่ฟอมาลีนเพื่อให้อยู่ทนส่งไปขายที่ต่างๆได้ทั่วประเทศ แม่ค้าอยากให้อาหารตัวเองอร่อยแต่กลัวเปลืองก็ใส่น้ำมะนาวปลอม น้ำปลาปลอม แต่ก็ใส่ผงชูรสเข้าไปเยอะๆ ปรุงเสร็จใส่กล่องโพม ฯลฯ นี้ก็การจำลองเหตุการณ์คร่าวๆ ประมารการณ์ว่าในอนาคตคนไทยจะเสียชีวิตจากโรคมะเร็งสูงกว่านี้หลายเท่า

โรคมะเร็งโรคมะเร็งคืออะไร

โรคมะเร็งโรคมะเร็งเกิดจากเป็นเซลล์ที่ผิดปกติของร่างกายแบ่งตัวในทางที่ไม่สามารถควบคุมได้ แพร่กระจายเข้าไปในเนื้อเยื่ออื่น ๆ โดยรอบ โรคมะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกายมนุษย์ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากเซลล์นับล้านล้านเซลล์ โดยปกติเซลล์ของมนุษย์เติบโตและแบ่งตัวแทนที่เซลล์เก่าที่ตายลงแต่ เซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ที่พัฒนาผิดกระบวนการตามธรรมชาติ แบ่งตัวมากผิดปกติและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถแพร่กระจายเข้าไปเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง รวมถึงแพร่กระจายผ่านทางเลือดหรือระบบน้ำเหลืองทำให้เกิดมะเร็งแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย

แท้จริงแล้วมะเร็งเกิดจากอะไร

ในวงการแพทย์ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่จากงานวิจัยกับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งพบว่าก่อนที่จะป่วยเป็นโรคมะเร็งมักจะมีร่างกายอ่อนแอ เป็นแผลหายช้า อยู่ในสภาวะเครียด การแพทยืทางเลือกจึงลงความเห็นว่าเซลล์เกิดขึ้นจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่อ่อนแอลง โดยปกติภูมิคุ้นกันในร่างกายที่สำคัญได้แก่ T cell และ b cell เป็นเซลล์ภูมิคุ้มกัน ที่ทำหน้าที่ช่วยดูแลสุขภาพร่างกายของเราให้แข็งแรงโดยต่อสู้กับสิ่งที่ทำอันตรายกับร่างกาย หน้าที่หลักของภูมิคุ้มกันคือกำจัดเซลล์ที่แปลกปลอม เปลี่ยนแปลงแบบผิดปกติและเชื้อโรคแบคทีเรียไวรัสก่อโรคต่างๆ เพื่อให้เพื่อรักษาร่างกายให้อยู่สภาวะปกติ ดังนั้น หากภูมิคุ้มกันอ่อนแอก็จะติดโรคได้ง่าย รวมถึงเซลล์มะเร็งการเกิดโรคมะเร็งหมายถึงภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราอ่อนแอโดยเฉพาะหลังการรักษาด้วยเคมีบำบัด ภูมิคุ้มกันยิ่งอ่อนแองกอาจเกิดมะเร็งอีกจึงมีมากขึ้นเพราะฉะนั้นการรักษาระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายให้แข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะกลับเป็นมะเร็งอยู่ระหว่างการรักษา หรือหายขาดจากโรคมะเร็งแล้วก็ตามเพราะสาเหตุและกระบวนการเติบโตของมะเร็งเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยตรง

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

โรคมะเร็งเกิดจากพันธุกรรม

การเกิดของโรคมะเร็งยังค่อนข้างมีความซับซ้อนอยู่มาก และมีปัจจัยต่างๆ มาเกี่ยวข้องจำนวนมาก โรคมะเร็งเป็นโรค(ที่มีโอกาศ)ถ่ายทางพันธุกรรมที่สามารถถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ของเรา  โรคมะเร็งทุกชนิดล้วนเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางพันธุกรรม (Genetic) แต่ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกรายไม่ได้ถ่ายทอดพันธุกรรมโรคมะเร็งไปสู่ลูกหลานทุกคน มีเพียงผู้ป่วยบางรายเท่านั้นปรอัตราสูงสุดไม่เกิด 20% ที่โรคมะเร็งเกิดขึ้นจากความผิดปกติที่จะถ่ายทอดพันธุกรรมการเกิดโรคมะเร็งไปยังลูกหลาน

โรคมะเร็งเกิดจากสิ่งแวดล้อม

  1. พฤติกรรมชอบรับประทานอาหารประเภทปิ้ง ทอด ย่าง โดยเฉพาะเนื้อที่ย่างหรือปิ้งจนไหม้เกรียม หรือเนื้อที่ทอดโดยใช้น้ำมันซ้ำๆ ทุกวัน หวานจัดเค็มจัด มันมาก
  2. พฤติกรรมชอบกินเหล้า สูบบุหรี
  3. อยู่ในที่มีมลพิษทางอากาศสูง เช่น เผ่าถ่าน ทำกับข้าวหน้าเตา อยู่ในโรงงานที่มีมลพิษมาก ฉีดยาฆ่าแมลง ยากำจัดวัชพืช
  4. ชอบรับประทานอาหารปรุงแต่งราคาถูก เช่น ลูกชิ้น ไส้กรอก ปลากระป๋อง หรืออาหารที่ใช้สารปรุงแต่งมาก ผงชุรส มะนาวปลอม น้ำปลาปลอม สีผสมอาหาร ฯลฯ
  5. สภาวะเครียดไม่รู้จักปล่อยวาง ทำให้ภูมิคุ้มกับร่างกายอ่อนแอ
  6. ชอบทานของดิบๆ เช่นปลาน้ำจืบสุกๆ ดิบๆ ทำให้เป็นพยาธิใบไม้ตับ นำมาสู่มะเร็งตับ
  7. ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์บ่อย สามารถติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ หรือเกิดจากการรับประทานอาหารร่วมกับผู้ที่เป็นพาหะ
  8. ของรับประทานของเสียทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจเช่น ถั่วลิสงเก่า พริกป่นเก่า ที่มีเชื้อราอะฟลาทอกซินที่ปนเปื้อน

อาการของโรคมะเร็ง

ระยะแรก

ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งในระยะเริ่มแรกนั้น จะไม่มีอาการใดๆ บ่อชี้แน่ชัดว่าเป็นมะเร็งและมะเร็งบางชนิดก็ไม่สามารถตรวจร่างกายเบี้องต้นได้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ มะเร็งปอดก็ไม่สามารถเช็คได้ด้วยการเอ็กซเรย์ฟิลม์ดำ หรือแพทย์ฟังเสียงการหายใจ การตรวจเช้คโรคมะเร็งนั้นจะต้องทำด้วยเครื่องมือทางการแพทย์เฉพาะเท่านั้น เพราะฉนั้นการป้องกันมะเร็งตั้งแต่แรกจึงนับว่ามีประโยชน์ที่สุดดีกว่าเมื่อรู้ตัวก็สายเกินแก้

ระยะเริ่มมีอาการ
ผู้ป่วยเมื่อเป็นมะเร็งมาสักระยะหนึ่งหรือหลายปี จะเริ่มมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะ เป็นแผลหายยาก เป็นไข้บ่อยๆ นั้นแสดงให้ทราบว่าภูมิคุ้มกันร่างกายมีปัญหาแล้ว ผู้ป่วยโรคมะเร็งจะเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียง่าย เบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อยลง อิ่มเร็ว ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิมเพราะเซลล์มะเร็งขยายตัวเร็วมาก และจะมีการสร้างหลอดเลือดใหม่เพื่อดูดสารอาหารในร่างกายเมื่อดูดอาหารไปหมด ร่างกายจึงผอมซูบ น้ำหนักลด ร่างกายเริ่มดูทรุดโทรมลงกินเข้าไปเท่าไรก็ถูกเซลล์มะเร็งใช้หมด

โรคมะเร็งมะเร็งในระยะร้ายแรง

ในระยะนี้จะมีอาการชัดเจนมาก ผู้ป่วยจะมีอาการทุรนทุรายเจ็บปวดและทรมานตามจุดต่างๆ ที่เกิดมะเร็งขึ้น เช่นมะเร็งปอดจะเหนื่อยหอบหายใจรำบาค มะเร็งลำไส้จะปวดท้องถ่ายไม่ออก มะเร็งตับรู้สึกแน่นอึดอัดที่บริเวณลิ้นปี่ทั้งวัน มีอาการปวดใต้ชายโครงด้านขวา มะเร็งหลอดอาหารกลินอาหารลำบาครู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอตลอดเวลา ฯลฯ

วิธีป้องกันมะเร็ง
  • ออกกำลัยกายสม่ำเสมอ อาทิตย์ละ 3-4 ครั้งๆละ 30 นาทีขึ้นไป
  • มองโลกในแง่ดี ไม่เครียด
  • กินผักผลไม้ เกินครึ่งของมื้ออาหาร
  • ก่อนทานผักผลไม้ต้องล้างน้ำให้สะอาดหลายๆ น้ำ
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่
  • เลิกทานเหล้า เลิกบุหรี่
  • งดทานอาหารปรุงเเต่งใส่สีเยอะ ใส่ผลชูรสเยอะ มะนาวปลอม น้ำปลาปลอม
  • งดอาหารแปรรูปจำพวก ไส้กรอก ลูกชิ้น แหนม ฯลฯ
  • ไม่ทานอาหาร หวาน มัน เค็ม
  • หลีกเลี้ยงที่มีมลพิษสูง ถ้าหลีกเลี้ยงไม่ได้ให้ใส่หน้ากากอนามัย
  • กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือก่อนทาน ท่องๆๆๆ

เห็ดหลินจือกับโรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง
1.เห็ดหลินจือแดงมีสารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides)
มีสรรพคุณช่วยในการกระตุ้นและฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ต้านมะเร็ง ป้องกันการลุกลามของเซลล์มะเร็ง ลดอัตราเสี่ยงในการเกิดเนื้องอก ลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงหัวใจ ช่วยปรับปรุงการทำงานของตับอ่อน ช่วยขจัดสารพิษช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน

เห็ดหลินจือมีสารโพลีแซคคาไรด์ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยยับยั้งอาหารผิดปกติของร่างกาย ในเห็ดหลินจือแต่ละสายพันธ์ต่างมีสาร สารโพลีแซคคาไรด์ไม่เท่ากัน ซึ่งเห็ดหลินจือได้ถูกบันทึกไว้ว่า มีมากกว่า 100 สายพันธ์ แต่สายพันธ์ที่มี สารโพลีแซคคาไรด์มากที่สุดได้แก่ Ganoderma Lucidum – กาโนเดอร์ม่า ลูวิดัม หรือสายพันธ์สีแดง 

2.เห็ดหลินจือแดงมีสารไตรเตอร์พินนอยด์ (Triterpenoids) ที่สารละลายในแอลกอฮอล์ เป็น สารที่ให้รสขม มีสรรพคุณในการบำรุงตับ ช่วยต้านพิษต่อตับ และต่อต้านเซลล์มะเร็งโดยสาร ไตรเตอร์พินนอยด์ (Triterpenoids) จะไปทำการยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ (antiangiogenic agents) ของเซลล์มะเร็งทำให้เซลล์ไม่เจริญเติบโตและไม่ได้รับสารอาหารทางหลอดเลือด ตัดวงจรการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง 

3.เห็ดหลินจือแดงมีสารเยอร์มาเนียม (Germanium) ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในแก่เซลล์ ทำให้เซลล์นำเอาออกซิเจนไปใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ การศึกษาล่าสุดของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Northeastern University ซึ่งมี Michail Sitkovsky นักวิจัยในสาขาที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันพบว่า การใช้ออกซิเจนเข้าช่วยในการรักษามะเร็ง จะช่วยปลุกเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการต่อสู้กับโรคโรคมะเร็งขึ้นมาใ­ห้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น