Skip to content

ถั่งเช่าทิเบตกับโรคเก๊าท์

ถั่งเช่า โรคเก๊าต์

ถั่งเช่า         

ถั่งเช่าทิเบต โรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์ เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตามข้ออย่างฉับพลันรุนแรง รวมถึงยังมีอาการข้อแข็ง และบวม ซึ่งมักจะเป็นที่นิ้วหัวแม่เท้า ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาการของโรคเก๊าท์ก็จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และอาจเป็นอันตรายต่อข้อต่อ เส้นเอ็นและเนื้อเยื่ออื่น ๆ ได้

โรคเก๊าท์เกิดจาก ร่างกายมีกรดยูริคในเลือดสูงกว่าปกติ และมีการสะสมกรดยูริคเป็นระยะเวลาที่ยาวนานหลายปี จึงทำให้กรดยูริคตกตะกอน สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้าสะสมมากที่ข้อต่อ ก็จะเกิดอาการข้อต่ออักเสบ และปวดแดงร้อนบริเวณข้อต่อ, ถ้ากรดยูริคสะสมอยู่ตามผิวหนังมาก จะส่งผลให้เกิดปุ่มนูนบนขึ้นตามผิวหนัง, ถ้ากรดยูริคสะสมที่ไตมาก ก็จะเกิดเป็นโรคนิ่วในใตและเกิดอาการใตเสื่อม เป็นต้น

สาเหตุหลักของผู้ป่วยโรคเก๊าต์ 90% เกิดจากความผิดปกติอยู่ที่การขับกรดยูริกออกทางไต ผู้ป่วยมักมีปัญหาภาวะไตเสื่อมหรือทำงานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพคนที่เป็นโรคเก๊าท์จะมีการขับกรดยูริกออกทางไตได้น้อยกว่าคนปกติ  

ถั่งเช่าทิเบต มีสรรพคุณหลักช่วยบำรุงไตส่งผลให้การทำงานของไตดีขึ้น สามารถกำจัดของเสียในร่างกาย มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถขับกรดยูริกที่เป็นสาเหตุของโรคเก๊าท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถั่งเช่า ได้รับการใช้ในการแพทย์แผนจีนในการช่วยปกป้องตับและไตของคุณจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอล ซึ่งมีผลดีสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์และผู้ป่วยโรคไขข้ออักเสบ

ในปี  2007 มีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง พบว่าสารโพลีแซคคาไรด์ที่พบในถั่งเช่าและในเห็ดหลินจือสามารถช่วยป้องกันยับยั้งอาการไขข้ออักเสบ ต้านการอักเสบที่มีศักยภาพมากและสารโพลีแซคาไรด์ยังช่วยปรับสมดุลร่างกายทำให้เอนไซม์ในร่างกายทำอย่างปกติ

สรรพคุณถั่งเช่าทิเบตสรรพคุณของถั่งเช่าทิเบต

> ร่างกายใช้ออกซิเจนได้มากกว่าปกติ ทำให้ไม่เหนื่อยง่าย ไม่อ่อนเพลีย
> บำรุง ขับสารพิษ ตับ-ไต-ปอด
> เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายทำให้ไม่เหนื่อยง่าย
> ต้านอนุมูลอิสระป้องกันมะเร็งและเซลลืมะเร็งขยายตัว
> ป้องกันเลือดเหนียวทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
> บำบัด ความดันสูง – เบาหวาน – ไขมันในเลือดสูง

โรคเก๊าท์เกิดขึ้นได้อย่างไร

เกาต์ หรือ เก๊าท์ (Gout)เกาต์ หรือ เก๊าท์ (Gout) เป็นโรคของผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป พบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 9-10 เท่า  โรคเกาต์ เกิดจากการที่ร่างกายมีกรดยูริกในเลือดสูง เป็นเวลานานทำให้กรดยูริกมีการตกผลึกตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น ข้อ ทำให้เกิดข้ออักเสบ เกิดที่หัวเข่า ทำให้หัวเขาอักเสบ ถ้าเกิดที่ไต  ทำให้เกิดนิ่วในไตและอาจทำให้ไตวายได้ (อันตรายถึงชีวิต)

กรดยูริกมาจากไหน

กรดยูริคคือสารที่ร่างกายได้ออกมาจากกระบวนการเผาผลาญสารอาหารที่รับประทานเข้าไป โดยเฉพาะกระบวนการย่อยสลายสารอาหารกลุ่มโปรตีนซึ่งเมื่อสลายแล้วจะได้ออกมาเป็นสารพิวรีนและจะมีกรดยูริคเกิดขึ้นด้วย

1.ร่างกายสร้างกรดยูริกมากกว่าปริมาณที่ขับออก หรือเกิดจากร่างกายขาดสารในการสลายกรดยูริก โดยปกติร่างกายสร้างกรดยูริกเป็นปกติแต่ปริมาณที่ขับออกจากร่างกายมีน้อยกว่าปกติ โดยปกติร่างกายขับกรดยูริกจาก 

  • ระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจะขับออกได้ประมาณ 1 ใน 3
  • ขับออกทางไตได้ประมาณ 2 ใน 3 ของปริมาณกรดยูริกที่ร่างกายสร้างได้ในแต่ละวัน

2.จากอาหารที่รับประทานเข้าไป โดยเฉพาะอาหารที่มีสารพิวรีนสูง และจากขบวนการสลายสารพิวรีนในร่างกาย โดยการสลายโปรตีนและได้สารพิวรีนออกมา ซึ่งกรดยูริกในร่างกายส่วนใหญ่จะเกิดจากการรับประทานอาหารเข้าไป เช่น เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ สัตว์ปีกเช่นไก่ อาหารทะเล  รวมถึงผักบางชนิด

คอร์ดี้ พลัส,Cordy Plus, ถั่งเช่า, ตังถั่งเช่า, โรคมะเร็ง, สมุนไพรถั่งเช่า, รักษาโรคมะเร็ง, โรคไต, ต้านมะเร็ง, Cordyceps sinensis, เพิ่ม cd4, ถั่งเช่า ราคา, ถั่ง เช่า ราคา, ถั่งเช่า ซื้อที่ไหน, ถั่ง เช่า ซื้อ ที่ไหน, ถั่งเช่าคืออะไร, ถั่งเช่า เชียงรายโรคเกาต์มักเกิดขึ้นกับ??

  • จากพันธุกรรมที่มาจากญาติสายตรง ผู้ที่เป็นโรคเก๊าต์ มักพบว่ามีพ่อแม่ญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเกิดมาจากพันธุกรรมขาดเอนไซม์บางตัวหรือเอนไซม์บางตัวทำงานผิดปกติ
  • เกิดจากโรคบางชนิด ส่งผลให้มีกรดยูริกในเลือดสูง เช่น โรคมะเร็ง มะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคเลือด โรคทาลัสซีเมีย โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง รวมไปถึงการใช้ยารักษามะเร็งหรือฉายรังสี เป็นต้น
  • เกิดจากไตขับกรดยูริกได้น้อยลง เช่น เป็นโรคไต ภาวะไตวาย
  • เกิดจากผู้ที่มีความบกพร่องของการทำงานต่อมไร้ท่อบางชนิด
  • เพศชายเป็นโรคเก๊าต์ได้มากกว่ามากกว่าเพศหญิง ประมาณ 9-10 เท่า
  • การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นประจำ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ โดยเฉพาะเบียร์ เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ลดการขับกรดยูริกออกทางไตหรือทางปัสสาวะ หลังการดื่มจึงทำให้ไตขับกรดยูริกได้น้อยลง กรดยูริกจึงคั่งอยู่ในเลือดสูงกว่าปกติ
  • การรับประทานอาหารที่ให้กรดยูริกสูงเป็นประจำ เช่น เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ปีก ไข่ปลา หอย ปลาซาร์ดีน ปลาแฮริง ปลาไส้ตัน ปลาดุก กะปิ ซุปก้อน น้ำสกัดเนื้อ น้ำต้มกระดูก กระถิน ชะอม ดอกสะเดา ยอดแค ยอดผัก
  • ความอ้วนหรือภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตฐาน
  • อากาศเย็น หรืออากาศเปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงเช้า หรือช่วงก่อนฝนตก
  • การติดเชื้อของร่างกาย
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิดที่มีผลทำให้ไตขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้น้อยลง เช่น แอสไพริน (Aspirin), ยาขับปัสสาวะ – ไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ (Hydrochlorothiazide – HCTZ), ยากดภูมิคุ้มกัน – ไซโคลสปอริน (Cyclosporin), ยารักษาโรคพาร์กินสัน – เลโวโดปา (Levodopa) ฯลฯ

อันตรายจากโรคเก๊าท์

  • ทรมานในการใช้ชีวิต ถ้าหากเป็นโรคเก๊าตแล้วไม่รักษาทำให้ข้อกระดูกก็จะถูกทำลาย และมีอาการปวดที่รุนแรง ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่เป็นประจำ โดยพบได้ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ ข้อนิ้วและข้อศอก
  • เกิดภาวะข้อพิการเคลื่อนไหวลำบาคหรือไม่ได้เลย
  • นิ่วในทางเดินปัสสาวะ
  • เกิดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ
  • ผู้ป่วยโรคเกาต์มักจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบ และไตวายจนเสียชีวิตได้